# โลกธรรม 8: กฎธรรมดาที่ไม่มีใครฝืนได้ และวิธีวางใจตามพระสูตร อธิบายด้วยภาพ

> โลกธรรม 8 คืออะไร ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข และด้านตรงข้าม ปุถุชนกับอริยสาวกรับต่างกันอย่างไร อุปมาภูเขาหิน การวางภาระ ดอกบัวที่น้ำไม่ติด และฐานะ 5 ที่เตือนสติได้ทั้งชีวิต ถอดจากคลิป “ธรรมะบทเดียว เตือนสติได้ทั้งชีวิต”

- URL: https://arunsawatdharma.com/articles/eight-worldly-conditions
- เผยแพร่: 2026-10-24 · ปรับปรุง: 2026-10-26
- เรียบเรียงโดย: อรุณสวัสดิ์ธรรมะ
- ภาษา: ไทย (th-TH)

## คำตอบสั้น

โลกธรรม 8 คือ ลาภ เสื่อมลาภ ยศ เสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข ทุกข์ พระพุทธเจ้าตรัสว่าธรรมเหล่านี้ย่อมหมุนไปตามโลก เกิดกับทุกคนรวมทั้งอริยสาวก ความต่างอยู่ที่ปุถุชนไม่รู้ว่ามันไม่เที่ยง จึงยินดีเมื่อได้และยินร้ายเมื่อเสื่อม ส่วนอริยสาวกรู้ตามจริงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา โลกธรรมจึงครอบงำจิตไม่ได้ วิธีวางใจตามพระสูตรคือเป็นภูเขาหินที่ลมพัดไม่ไหว วางภาระคือการถือมั่นในขันธ์ 5 และอยู่ในโลกเหมือนดอกบัวที่น้ำไม่ติด

## สรุปสาระสำคัญ

- โลกธรรม 8 มาเป็นสี่คู่: ลาภ–เสื่อมลาภ ยศ–เสื่อมยศ สรรเสริญ–นินทา สุข–ทุกข์ ไม่มีใครเลือกได้เฉพาะด้านที่ชอบ
- โลกวิปัตติสูตร: ปุถุชนยินดีเมื่อได้ ยินร้ายเมื่อเสื่อม อริยสาวกรู้ว่า “ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา” โลกธรรมจึงครอบงำจิตไม่ได้
- ธรรมบท: ภูเขาหินล้วนไม่หวั่นไหวเพราะลม บัณฑิตไม่หวั่นไหวเพราะนินทาและสรรเสริญ ไม่ต้องห้ามลม แค่ไม่ไหวตาม
- ภารสูตร: ภาระคืออุปาทานขันธ์ 5 เครื่องถือมั่นคือตัณหา การวางภาระเสียได้เป็นสุข ทุกข์จึงมาจากการแบก ไม่ใช่จากกาย
- ปุปผสูตรและฐานสูตร: อยู่ในโลกเหมือนดอกบัวที่น้ำไม่ติด และพิจารณาฐานะ 5 เนือง ๆ เพื่อเตรียมใจก่อนโลกธรรมจะมา

## วิดีโอต้นทาง

- ธรรมะบทเดียว เตือนสติได้ทั้งชีวิต: https://www.youtube.com/watch?v=c6AgZqVoY_c

## คลิปนี้พูดถึงอะไร

ตอน “ธรรมะบทเดียว เตือนสติได้ทั้งชีวิต” เป็นตอนยาวกว่าสองชั่วโมงครึ่ง พูดกับผู้ที่เหนื่อยจากการฝืนสิ่งต่าง ๆ ในโลก คลิปเสนอว่ามีกฎธรรมดาของโลกที่ไม่มีใครฝืนได้ การพยายามเปลี่ยนคนอื่นมีแต่เปล่าประโยชน์ ความทุกข์เกิดจากใจที่ยึด ไม่ใช่จากกาย และชวนให้ยอมรับความจริงอย่างมั่นคง แล้วเปลี่ยนความผิดหวังและความกลัวให้เป็นกรรมฐาน

คำอธิบายคลิปไม่ได้บอกชื่อ “ธรรมะบทเดียว” นั้นตรง ๆ แต่สิ่งที่คลิปบรรยาย คือกฎธรรมดาของโลกที่ทุกคนต้องเจอและฝืนไม่ได้ ตรงกับหลักที่พระสูตรเรียกว่าโลกธรรม 8 บทความนี้จึงอธิบายโลกธรรม 8 ด้วยภาพ พร้อมพระสูตรที่เกี่ยวข้องเรื่องการวางภาระและการไม่หวั่นไหว ส่วนเสียงบรรยายฉบับเต็มเปิดฟังได้จากคลิปด้านบน

## ภาพที่ 1: โลกธรรม 8 คืออะไร

![ภาพวาดวงล้อแปดช่อง สลับสีเขียวและน้ำตาล เขียนว่า ได้ลาภ เสื่อมลาภ ได้ยศ เสื่อมยศ สรรเสริญ นินทา สุข ทุกข์ ตรงกลางเขียนว่าโลกธรรม 8 มีป้ายข้างว่า น่าปรารถนา 4 และไม่น่าปรารถนา 4](https://arunsawatdharma.com/assets/article-media/eight-worldly-conditions-wheel.webp)

*โลกธรรม 8 แบ่งเป็นสี่คู่ ที่น่าปรารถนาและไม่น่าปรารถนา (ภาพวาดประกอบ)*

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในอังคุตตรนิกายว่า “โลกธรรม 8 ประการนี้แล ย่อมหมุนไปตามโลก” และโลกก็หมุนไปตามโลกธรรม 8 ประการ คือ ลาภ ความเสื่อมลาภ ยศ ความเสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข และทุกข์ ชื่อว่าโลกธรรม เพราะเป็นธรรมดาของโลก ไม่ว่าใครก็ต้องเจอ [1][2]

**โลกธรรม 8 แบ่งเป็นสี่คู่**

| คู่ที่ | น่าปรารถนา | ไม่น่าปรารถนา | ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน |
| --- | --- | --- | --- |
| 1 | ลาภ | เสื่อมลาภ | ได้งาน ได้เงิน ได้ของ แล้ววันหนึ่งก็เสียไป |
| 2 | ยศ | เสื่อมยศ | ได้ตำแหน่ง ได้การยอมรับ แล้ววันหนึ่งก็หมดไป |
| 3 | สรรเสริญ | นินทา | ถูกชม แล้วถูกว่า จากคนกลุ่มเดียวกันก็ได้ |
| 4 | สุข | ทุกข์ | สบายใจ แล้วไม่สบายใจ สลับกันไปไม่หยุด |

อ้างอิง: [1]

คำว่า “กฎธรรมดาของโลกที่ไม่มีใครฝืนได้” ในคลิป ตรงกับโลกธรรมตรงที่ว่า ไม่มีใครเลือกได้สี่ข้อที่น่าปรารถนาแล้วปฏิเสธอีกสี่ข้อ ทั้งแปดมาเป็นคู่ และหมุนเวียนกับทุกชีวิต รวมทั้งพระอริยเจ้าด้วย

## ภาพที่ 2: ปุถุชนกับอริยสาวกเจอเรื่องเดียวกัน แต่ใจรับต่างกัน

![ภาพวาดการ์ดสองใบเปรียบเทียบ ใบซ้ายปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ไม่รู้ว่าไม่เที่ยง ยินดีเมื่อได้ ยินร้ายเมื่อเสื่อม ใบขวาอริยสาวกผู้ได้สดับ รู้ตามจริงว่าไม่เที่ยง ไม่ยินดียินร้าย พร้อมแบนเนอร์ว่า ไม่ใช่ว่าอริยสาวกไม่เจอโลกธรรม แต่โลกธรรมครอบงำจิตไม่ได้](https://arunsawatdharma.com/assets/article-media/eight-worldly-conditions-response.webp)

*โลกวิปัตติสูตร: โลกธรรมเกิดกับทั้งสองฝ่าย ต่างกันที่ความรู้ตามจริง (ภาพวาดประกอบ)*

ในโลกวิปัตติสูตร พระพุทธเจ้าตรัสว่าโลกธรรมแปดอย่างเกิดกับปุถุชนก็ได้ เกิดกับอริยสาวกก็ได้ แล้วทรงถามว่าแล้วต่างกันตรงไหน คำตอบคือ เมื่อลาภเกิดขึ้น ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ “ไม่ตระหนักชัด ไม่ทราบชัดตามความเป็นจริงว่า ลาภนี้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา” ว่าลาภนั้นไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา “เขาย่อมยินดีลาภที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมยินร้ายในความเสื่อมลาภ” [2]

ส่วนอริยสาวกผู้ได้สดับ เมื่อลาภเกิดขึ้นก็รู้ชัดตามจริงว่า ลาภนี้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา แต่ “ลาภนั้นไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา” จึงไม่ยินดีไม่ยินร้าย โลกธรรมครอบงำจิตไม่ได้ และผู้นั้นย่อมพ้นจากความเศร้าโศก การแยกนี้ตรงกับที่คลิปพูดว่า ความทุกข์ไม่ได้มาจากเหตุการณ์ แต่มาจากใจที่ยึดเหตุการณ์นั้น [2]

> **สิ่งที่พระสูตรไม่ได้บอก** พระสูตรไม่ได้บอกให้เฉยชาหรือเลิกพยายาม อริยสาวกยังรู้ว่าลาภเกิดขึ้นและรับรู้ความเสื่อมลาภ เพียงแต่รู้พร้อมกับความจริงว่ามันแปรปรวน ใจจึงไม่ถูกลากไปทั้งสองทาง [2]

## ภาพที่ 3: ภูเขาหินที่ลมพัดไม่ไหว

![ภาพวาดภูเขาหินล้วนตั้งอยู่กลางภาพ มีเส้นลมพัดผ่านจากซ้ายไปขวา แต่ละเส้นมีคำว่า นินทา สรรเสริญ เสื่อมลาภ ได้ลาภ เสื่อมยศ ลมผ่านไปโดยภูเขาไม่ขยับ และมีคนนั่งสงบอยู่เชิงเขา](https://arunsawatdharma.com/assets/article-media/eight-worldly-conditions-mountain.webp)

*ธรรมบท: ภูเขาหินล้วนย่อมไม่หวั่นไหวเพราะลม บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหวเพราะนินทาและสรรเสริญ (ภาพวาดประกอบ)*

ธรรมบทขยายภาพนี้ด้วยอุปมาที่จำง่ายที่สุด “ภูเขาหินล้วน เป็นแท่งทึบ ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะลมฉันใด บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่หวั่นไหวเพราะนินทาและสรรเสริญ ฉันนั้น” ลมคือคำพูดของคนอื่น ซึ่งมาเรื่อย ๆ และเปลี่ยนทิศเรื่อย ๆ ภูเขาไม่ได้ห้ามลม แต่ไม่ไหวตาม [3]

คลิปกล่าวว่าการพยายามเปลี่ยนคนอื่นมีแต่จะเสียหายเปล่า ในภาษาของอุปมานี้ คือการพยายามห้ามลม สิ่งที่บัณฑิตทำคือเป็นภูเขา ไม่ใช่เป็นผู้ควบคุมลม

## ภาพที่ 4: ธรรมะที่เตือนสติได้ทั้งชีวิต ฐานะ 5

![ภาพวาดการ์ดห้าใบ เรามีความแก่เป็นธรรมดา เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา เรามีความตายเป็นธรรมดา เราจะพลัดพรากจากของรัก และเรามีกรรมเป็นของตน พร้อมข้อความว่าพิจารณาเนือง ๆ เพื่อละความมัวเมา](https://arunsawatdharma.com/assets/article-media/eight-worldly-conditions-reflections.webp)

*ฐานสูตร: ฐานะ 5 ที่ควรพิจารณาเนือง ๆ (ภาพวาดประกอบ)*

ถ้าจะหาธรรมะที่เหมาะกับคำว่า “เตือนสติได้ทั้งชีวิต” ตามพระสูตร ฐานสูตรคือคำตอบที่ตรงที่สุด พระพุทธเจ้าตรัสว่าฐานะ 5 ประการนี้ ทั้งสตรี บุรุษ คฤหัสถ์ และบรรพชิต ควรพิจารณาเนือง ๆ คือ เรามีความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้ เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา เรามีความตายเป็นธรรมดา เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น และเรามีกรรมเป็นของตน [6]

พระสูตรอธิบายเหตุผลของแต่ละข้อว่า เพื่อละหรือทำให้เบาบางซึ่งความมัวเมาในความเป็นหนุ่มสาว ในความไม่มีโรค ในชีวิต ความกำหนัดในของรัก และการทำชั่วทางกายวาจาใจ สี่ข้อแรกคือโลกธรรมฝ่ายไม่น่าปรารถนาที่แน่นอนที่สุดสำหรับทุกคน การพิจารณาล่วงหน้าจึงเป็นการเตรียมใจให้เป็นภูเขาตั้งแต่ลมยังไม่มา [6]

## ภาพที่ 5: ทุกข์เกิดจากใจที่แบก ไม่ใช่จากกาย

![ภาพวาดเปรียบเทียบ คนซ้ายเดินแบกเป้ใบใหญ่เขียนว่าภาระ คนขวายืนตัวเบา เป้วางอยู่บนพื้นเขียนว่าวางแล้ว ป้ายบอกว่าแบกภาระคือยึดขันธ์ 5 ด้วยตัณหา และวางภาระคือดับตัณหาในขันธ์ 5](https://arunsawatdharma.com/assets/article-media/eight-worldly-conditions-burden.webp)

*ภารสูตร: การวางภาระเป็นสุข (ภาพวาดประกอบ)*

คลิปกล่าวว่าความทุกข์เกิดจากใจที่ยึดติด ไม่ใช่จากกายโดยตรง ข้อนี้ภารสูตรอธิบายอย่างเป็นระบบ พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ภาระ คืออุปาทานขันธ์ 5” ผู้แบกภาระคือบุคคล “เครื่องถือมั่นภาระ” คือตัณหาที่นำให้เกิดภพใหม่ และการวางภาระคือ “ความที่ตัณหานั่นแลดับไปด้วยสำรอกโดยไม่เหลือ” [4]

คาถาท้ายพระสูตรสรุปว่า ภาระเป็นเหตุนำมาซึ่งความทุกข์ในโลก “การวางภาระเสียได้เป็นสุข” กายและความรู้สึกต่าง ๆ จะยังอยู่ แต่สิ่งที่หนักคือการถือมั่นว่าต้องเป็นของเรา ต้องเป็นอย่างที่เราต้องการ เมื่อคลายการถือ น้ำหนักก็หายไปโดยที่กายไม่ต้องเปลี่ยน [4]

สัลลัตถสูตรเสริมมุมเดียวกันจากฝั่งความเจ็บปวด คือ เวทนาทางกายเป็นลูกศรดอกแรก ส่วนความเศร้าโศกที่ใจเพิ่มเข้าไปคือลูกศรดอกที่สอง อริยสาวกเสวยเวทนาทางกายอย่างเดียว ไม่เสวยทางใจ [7]

## ภาพที่ 6: อยู่ในโลก แต่โลกไม่ฉาบทา

![ภาพวาดดอกบัวสามดอกชูพ้นผิวน้ำ มีหยดน้ำกลิ้งออกจากกลีบ พร้อมข้อความ เกิดในน้ำ โตในน้ำ แต่น้ำไม่ติด](https://arunsawatdharma.com/assets/article-media/eight-worldly-conditions-lotus.webp)

*ปุปผสูตร: อุปมาดอกบัวที่น้ำไม่ติด (ภาพวาดประกอบ)*

ในปุปผสูตร พระพุทธเจ้าตรัสว่า “อุบลก็ดี ปทุมก็ดี บุณฑริกก็ดี เกิดแล้วในน้ำ เจริญแล้วในน้ำ ขึ้นพ้นจากน้ำตั้งอยู่ แต่น้ำไม่ติด” ฉันใด “พระตถาคตเกิดแล้วในโลก เจริญแล้วในโลก ย่อมครอบงำโลกอยู่ แต่โลกฉาบทาไม่ได้” ฉันนั้น [5]

ภาพนี้ตอบคำถามว่า แล้วเราต้องหนีจากโลกธรรมไหม คำตอบคือไม่ต้อง ดอกบัวไม่ได้ออกจากน้ำ แต่น้ำไม่ติดกลีบ เราอยู่ในสังคมเดิม ครอบครัวเดิม งานเดิม เจอลาภ เสื่อมลาภ สรรเสริญ นินทาเหมือนเดิม แต่ฝึกให้มันไม่ติดใจ นี่คือ “การปล่อยวางและความสงบเย็น” ที่คลิปพูดถึง ในภาษาของพระสูตร

## เปลี่ยนความผิดหวังเป็นกรรมฐาน ทำอย่างไร

คลิปเสนอให้มองความผิดหวังและความกลัวเป็นกรรมฐาน คือเป็นสิ่งที่ใช้ฝึกใจได้ ลำดับด้านล่างเรียบเรียงจากพระสูตรที่ยกมา

1. เมื่อเกิดเรื่องไม่น่าปรารถนา ให้บอกตัวเองว่านี่คือโลกธรรมข้อไหน เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา หรือทุกข์ การเรียกชื่อให้ถูกทำให้มันกลายเป็นธรรมดา
2. เติมความจริงอีกครึ่งประโยคตามโลกวิปัตติสูตร: สิ่งนี้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา แต่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา
3. สังเกตลูกศรดอกที่สอง คือความคิดที่เพิ่มเข้าไปหลังเหตุการณ์ แล้วค่อย ๆ วาง
4. ตอนที่ได้สิ่งน่าปรารถนา ก็ทำแบบเดียวกัน เพื่อไม่ให้ใจผูกจนเจ็บเมื่อมันเสื่อม
5. ทบทวนฐานะ 5 ทุกเช้าหรือทุกค่ำ สั้น ๆ ไม่เกินหนึ่งนาที เพื่อให้ใจคุ้นกับธรรมดาของโลกก่อนที่ลมจะมา

อ้างอิง: [2][7][6]

> **ส่วนที่เป็นภาษาของคลิป** คำว่า “สัญญาณแห่งการตื่นรู้” หรือ “ผู้มีบุญที่ได้มาเจอ” เป็นภาษาชวนฟังของคลิป พระสูตรที่อ้างในบทความไม่ได้ใช้ถ้อยคำเหล่านี้ แต่หลักเรื่องโลกธรรม การวางภาระ และดอกบัวที่น้ำไม่ติด เป็นพระพุทธพจน์โดยตรง

## คำถามที่พบบ่อย

### โลกธรรม 8 มีอะไรบ้าง

ลาภ ความเสื่อมลาภ ยศ ความเสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข และทุกข์ พระพุทธเจ้าตรัสว่าธรรมเหล่านี้ย่อมหมุนไปตามโลก และโลกย่อมหมุนไปตามธรรมเหล่านี้ [1][2]

### โลกธรรมเกิดกับพระอริยเจ้าไหม

เกิด โลกวิปัตติสูตรกล่าวว่าโลกธรรมเกิดกับอริยสาวกเหมือนปุถุชน ต่างกันที่อริยสาวกรู้ตามจริงว่าสิ่งนั้นไม่เที่ยง เป็นทุกข์ แปรปรวน จึงไม่ยินดียินร้าย และโลกธรรมครอบงำจิตไม่ได้ [2]

### ทำอย่างไรจะไม่หวั่นไหวเมื่อถูกนินทา

ธรรมบทเปรียบว่าภูเขาหินล้วนไม่หวั่นไหวเพราะลม บัณฑิตก็ไม่หวั่นไหวเพราะนินทาและสรรเสริญ คือไม่ต้องห้ามคำพูดของคนอื่น แต่ฝึกใจให้รู้ว่าทั้งคำชมและคำว่าเป็นโลกธรรมที่แปรปรวน [3][2]

### ความทุกข์มาจากกายหรือใจ

ภารสูตรกล่าวว่าภาระคืออุปาทานขันธ์ 5 และเครื่องถือมั่นภาระคือตัณหา การวางภาระเสียได้เป็นสุข ส่วนสัลลัตถสูตรกล่าวว่าเวทนาทางกายเป็นลูกศรดอกแรก ความเศร้าโศกที่ใจเพิ่มเข้าไปเป็นดอกที่สอง ทุกข์ส่วนที่หนักจึงมาจากการถือมั่นของใจ [4][7]

### ธรรมะบทเดียวที่เตือนสติได้ทั้งชีวิตคือบทไหน

คำอธิบายคลิปไม่ได้ระบุชื่อ แต่เนื้อหาตรงกับโลกธรรม 8 ซึ่งเป็นกฎธรรมดาของโลกที่ฝืนไม่ได้ ส่วนธรรมะที่พระสูตรให้พิจารณาเนือง ๆ ตลอดชีวิตคือฐานะ 5 ในฐานสูตร ได้แก่ ความแก่ ความเจ็บ ความตาย การพลัดพราก และกรรมเป็นของตน [2][6]

## แหล่งอ้างอิง

1. [โลกธรรมสูตร อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต (พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่ม 23 ข้อ 95)](https://84000.org/tipitaka/read/byitem.php?book=23&item=95) — รายชื่อโลกธรรม 8
2. [โลกวิปัตติสูตร อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต (พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่ม 23 ข้อ 96)](https://84000.org/tipitaka/read/byitem.php?book=23&item=96) — โลกธรรม 8 ย่อมหมุนไปตามโลก; ปุถุชนกับอริยสาวกรับต่างกัน
3. [ธรรมบท ปัณฑิตวรรค (พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่ม 25 ข้อ 16)](https://84000.org/tipitaka/read/byitem.php?book=25&item=16) — ภูเขาหินล้วนไม่หวั่นไหวเพราะลม บัณฑิตไม่หวั่นไหวเพราะนินทาและสรรเสริญ
4. [ภารสูตร สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค (พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่ม 17 ข้อ 49)](https://84000.org/tipitaka/read/byitem.php?book=17&item=49) — ภาระคืออุปาทานขันธ์ 5 ผู้แบกคือบุคคล เครื่องถือมั่นคือตัณหา การวางภาระคือตัณหาดับ (ข้อ 49–53)
5. [ปุปผสูตร สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค (พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่ม 17 ข้อ 241)](https://84000.org/tipitaka/read/byitem.php?book=17&item=241) — ดอกบัวเกิดในน้ำ เจริญในน้ำ ขึ้นพ้นน้ำ แต่น้ำไม่ติด; ตถาคตเกิดในโลก แต่โลกฉาบทาไม่ได้
6. [ฐานสูตร อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต (พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่ม 22 ข้อ 57)](https://84000.org/tipitaka/read/byitem.php?book=22&item=57) — ฐานะ 5 ที่ควรพิจารณาเนือง ๆ และ “เรามีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม”
7. [สัลลัตถสูตร สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค (พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่ม 18 ข้อ 369)](https://84000.org/tipitaka/read/byitem.php?book=18&item=369) — ลูกศรดอกที่สอง (ข้อ 369–371)
