สังโยชน์ 10 มีอะไรบ้าง

สังโยชน์เบื้องต่ำ 5 และเบื้องสูง 5 ตามพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ข้อ [329]

เลื่อนตารางเพื่อดูคอลัมน์อื่น ↔

สังโยชน์เบื้องต่ำ 5 และเบื้องสูง 5 ตามพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ข้อ [329]
ข้อชื่อหมวดความหมายโดยย่อ
1สักกายทิฏฐิเบื้องต่ำเห็นขันธ์ เช่น รูปหรือเวทนา ว่าเป็นตัวตน
2วิจิกิจฉาเบื้องต่ำสงสัย ลังเล ไม่แน่ใจ
3สีลัพพตปรามาสเบื้องต่ำถือมั่นศีลหรือข้อปฏิบัติว่าเพียงทำตามรูปแบบก็หลุดพ้น
4กามราคะเบื้องต่ำกำหนัดหรือติดใจในกามคุณ
5ปฏิฆะเบื้องต่ำกระทบกระทั่งในใจ หงุดหงิดขัดเคือง
6รูปราคะเบื้องสูงติดใจในอารมณ์แห่งรูปฌาน หรือปรารถนารูปภพ
7อรูปราคะเบื้องสูงติดใจในอารมณ์แห่งอรูปฌาน หรือปรารถนาอรูปภพ
8มานะเบื้องสูงสำคัญตน ถือตนว่าเป็นนั่นเป็นนี่
9อุทธัจจะเบื้องสูงความฟุ้งซ่านของจิต
10อวิชชาเบื้องสูงไม่รู้จริง หรือหลง

[1]

ทำไมข้อ 4–5 จึงมีชื่อเรียกต่างกัน

พจนานุกรมพุทธศาสตร์ใช้ กามราคะ และ ปฏิฆะ ในข้อ 4–5 ขณะที่สังโยชนสูตรใช้ กามฉันทะ และ พยาบาท พจนานุกรมระบุว่าต่างกันในถ้อยคำ แต่ใจความเหมือนกัน [1] [2]

เรื่องเล่าของเพียร: เมื่อความตั้งใจดีทำให้ใจตึง

วิดีโอตอน “สังโยชน์ 10” เล่าเรื่องเพียร วิศวกรที่พยายามกดความโกรธ ความอยาก และความฟุ้งซ่าน เขาไปปฏิบัติธรรมสิบวัน แต่กลับหงุดหงิดเสียงหายใจของคนข้างๆ และเปรียบเทียบตนกับผู้อื่น เรื่องของเพียรกับหลวงพ่อปัญญาเป็นเรื่องเล่าประกอบในวิดีโอ ไม่ใช่ข้อความจากสังโยชนสูตร [4]

หลวงพ่อปัญญาเปรียบการกดข่มกิเลสกับการกระชากปมเชือก: ยิ่งดึง ปมยิ่งแน่น แล้วชวนเพียรมองว่าเชือกพันกันอย่างไรก่อนค่อยๆ แก้ [4]

สามข้อแรกผ่านเรื่องเล่าของเพียร

  1. สักกายทิฏฐิ: ความเห็นว่าขันธ์เป็นตัวตน เรื่องเล่าชวนมองเพียรที่ยึดภาพว่า “ฉันต้องเป็นนักปฏิบัติที่ดี” จนความไม่สงบทำให้เขารู้สึกว่าตนล้มเหลว
  2. วิจิกิจฉา: ความสงสัยลังเลไม่แน่ใจ เพียรถามตนซ้ำว่าเดินมาผิดทางหรือไม่ ต่างจากการตั้งคำถามเพื่อเรียนรู้
  3. สีลัพพตปรามาส: การถือมั่นศีลหรือวิธีปฏิบัติว่าเพียงทำตามรูปแบบก็หลุดพ้น เพียรยึดตารางปฏิบัติและวัดคุณค่าตนจากการทำได้ครบ

[1] [4]

ข้อ 4–5: กามราคะและปฏิฆะในเรื่องเล่า

กามราคะคือความกำหนัดหรือติดใจในกามคุณ วิดีโอเล่าว่าเพียรเกิดความพอใจเมื่อเห็นรูปสวยแล้วรีบกดข่มใจตน ส่วนปฏิฆะคือความหงุดหงิดขัดเคือง ซึ่งปรากฏเมื่อเขารำคาญเสียงหายใจของคนข้างๆ ระหว่างปฏิบัติ [1] [4]

ข้อ 6–7: รูปราคะและอรูปราคะ

รูปราคะคือความติดใจในอารมณ์แห่งรูปฌานหรือความปรารถนาในรูปภพ อรูปราคะคือความติดใจในอารมณ์แห่งอรูปฌานหรือความปรารถนาในอรูปภพ วิดีโอใช้ภาพศาลาพักระหว่างทาง: ผู้เดินทางอาจพอใจความสบายจนไม่อยากเดินต่อ [1] [4]

สองมือค่อย ๆ คลายเชือกสิบห่วงที่เปลี่ยนจากสีเข้มหยาบเป็นสีทองละเอียดในแสงเช้า
สังโยชน์ส่วนที่ละเอียดขึ้นอาจดูสงบและประณีต แต่ยังทำหน้าที่ผูกใจไว้ จึงต้องอาศัยการเห็นตามจริงอย่างต่อเนื่อง

ข้อ 8–10: มานะ อุทธัจจะ และอวิชชา

  • มานะ: ความสำคัญตน เรื่องเล่าให้เพียรเปรียบเทียบตนกับผู้ร่วมปฏิบัติ ทั้งเมื่อคิดว่าดีกว่าและด้อยกว่า
  • อุทธัจจะ: ความฟุ้งซ่าน วิดีโอเปรียบเป็นระลอกคลื่นเล็กๆ บนผิวน้ำที่ดูนิ่ง
  • อวิชชา: ความไม่รู้จริงหรือความหลง วิดีโอใช้ภาพถ้ำมืดที่คนมองก้อนหินผิดเป็นสัตว์ร้าย

[1] [4]

รู้จักสังโยชน์ ไม่ได้แปลว่าละสังโยชน์ได้แล้ว

รู้จักชื่อสังโยชน์ทั้งสิบหรือสังเกตอารมณ์ตน ไม่ใช่หลักฐานว่าละสังโยชน์ได้แล้ว พจนานุกรมพุทธศาสตร์ [164] ระบุการละสังโยชน์ตามมรรค 4 ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการฟังหรือจำคำอธิบายได้ [3]

แหล่งอ้างอิง

  1. พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม [329] สังโยชน์ 10 (๑) — รายชื่อและความหมายของสังโยชน์ 10 รวมทั้งหมายเหตุเรื่องชื่อข้อ 4–5
  2. สังโยชนสูตร อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ข้อ 13 (พระไตรปิฎกฉบับหลวง) — ใช้ชื่อ กามฉันทะ และ พยาบาท ในข้อ 4–5
  3. พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม [164] มรรค 4 — อธิบายการละสังโยชน์ตามมรรค 4
  4. อรุณสวัสดิ์ธรรมะ: วิดีโอตอน “สังโยชน์ 10” — ต้นทางของเรื่องเล่าเพียรและหลวงพ่อปัญญา